|
LME
|
 |
« เมื่อ: 07 ธันวาคม 2550, 18:41:17 » |
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
9Pom
|
 |
« ตอบ #1 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2550, 20:23:28 » |
|
ที่อยู่อาศัยก็เป็นสิ่งกำหนดคุณภาพชีวิตได้อย่างหนึ่งนะ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
the horr
|
 |
« ตอบ #2 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2550, 02:45:00 » |
|
"มีตึกหนึ่งจะคล้ายๆฟองน้ำก็เปรียบเหมือนการดูดซึมความรู้ต่างๆ" ----------------------> ย๊าดม่าง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
leave it there
|
|
|
|
yarum
|
 |
« ตอบ #3 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2550, 09:47:53 » |
|
คนนั้นนะ คนที่นั่งหัวฟูนั่นแหละ คนที่จะเปลี่ยนโลก
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
ถ้าเห็นกูก็แสดงว่ากูมา
|
|
|
|
ชวาลา
|
 |
« ตอบ #4 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2550, 10:59:18 » |
|
คนที่ตัวผอมๆหัวฟูๆนั่นโคตรเจ๋งเลยหว่ะ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
" ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ ถึงจะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ ฟ้าจะมืดอย่ากลัวช่างฟ้า ขอให้มีสายตาหวานละเมอ ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเออ ก็จะรอพบเธอชาติอื่นเอย "
|
|
|
|
jimmee
|
 |
« ตอบ #5 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2550, 14:53:03 » |
|
ไอ้คนหัวฟูนั้นที่เคยออกอาร์ตโฟร์เลวมาแล้วนี่ ดังแน่ๆ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
sopee
|
 |
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 09:11:33 » |
|
ไอ้หัวฟู สู้ สู้
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
เหอ....
|
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #8 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:01:20 » |
|
มาฟังเรื่องจริง จากบทสัมภาษณ์สด จากคุณหัวฟูกันค่ะ
ต่อข้อซักถามที่ว่า ใครจะเชื่อว่าจากเด็กที่เคยเรียนตกซ้ำชั้นจนต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่เด็กที่เคยมีเรื่องกะอาจารย์หนอยจะกลับมาเรียนอีกครั้ง มาถึงวันนี้เขามีผลงานการออกแบบในเมืองไทยเพียง 20 ชิ้นเท่านั้น แต่นอกจากนั้นเป็นผลงานออกแบบของเขาที่ตั้งอยู่ในอินเดีย(โดนเค้าฟ้องร้อง) สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย นอร์เวย์ มอสโคว์ อิตาลี และทั่วโลกอีก กว่า 100 ชิ้น ไม่เกิน 10 ชิ้นด้วยกัน ได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้วก็หลายครั้ง มุมมองของเขาน่าสนใจไม่น้อย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:03:01 » |
|
- เราพยายามวางนโยบายทุกคนให้ศิลปะมาก่อนธุรกิจ ความงามต้องมาก่อนเงินทอง เป็นปรัชญาที่ผมนำมาใช้ ส่วนชื่อบริษัทมาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ล้ำยุค ล้ำสมัย เป็นทัพหน้าที่ไปลุยสิ่งต่างๆ - ผมพยายามทำให้ออฟฟิศเป็นเหมือนโรงเรียนสอนศิลปะ กล้าทำงานแปลกๆ กล้าทดลองความคิดใหม่ๆ เพื่อให้ที่นี่แตกต่างจากบริษัทอื่น อย่างวิศวกรของที่นี่ก็รับในแง่การดีไซน์เป็นหลัก อะไรที่แปลกๆจะชอบมันท้าทาย คิดมาเถอะฉันจะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ จนกลายเป็นวิศวดีไซน์เนอร์กันไปหมดแล้ว - ผมไม่อายที่จะบอกว่าเป็นคนเรียนไม่เก่ง คือมีความคิดเป็นของตัวเองสูงได้ C ได้ F เกรดดีไซน์ ก็สงสัยว่า เราเรียนไม่เก่งหรือเราไปไม่ถูกทาง แล้วตอนนั้นมีจัดประกวดแบบระดับโลก ผมก็อยากทดสอบฝีมือว่าเราอยู่ในระดับไหน ปรากฏว่างานเราได้ที่ 2 ของโลก(ยิ้ม)เชื่อไหมชีวิตเปลี่ยนเลย พอกลับมาเรียนออกแบบตัวไหนก็ตามมันได้ A หมดเลยนะ มันตลกอ่ะ - คนไทยเห่อฝรั่งจ้างสถาปนิกหัวทองแล้วรู้สึกว่ามันดีกว่าคนไทยกันเอง ผมเลยใช้แนวคิดแบบป่าล้อมเมือง ไปทำงานเมืองนอกไปสร้างชื่อเสียงเอารางวัลเกียรติยศมาให้ดูเลย ไม่งั้นเราก็พูดจนเหนื่อยไม่มีใครเชื่อ เพราะสังคมของเราเป็นแบบนั้นจริงๆนะ สังคมเรามันอยู่กับค่านิยม พอผมเอางานที่ทำมาโชว์คนไทยก็ โอ้โหไม่ธรรมดา ก็ได้งาน - ที่นี่ผมส่งเสริมให้พนักงานทำอะไรก็ได้ตามจินตนาการแถมงบให้ใช้ด้วย หมดก็ไม่ว่ากัน เพราะในความคิดฟุ้งๆจะมีสะเก็ดที่กระเด็นออกมา แล้วเราดึงเอาสะเก็ดเล็กๆนั้นมาใช้ เหมือนตอนเด็กที่เรามักจะคิดฟุ้งไปเรื่อยแต่มันก็จะมีบางอย่างที่เอามาใช้ได้
โอ๊ย !!!!......เลอะเทอะ...
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #10 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:06:59 » |
|
ตอบข้อซักถามที่ว่า.... บริษัทที่มีแนวคิดแบบที่นี่ (VANGUARD ARCHITECTS) มีอยู่มากน้อยแค่ไหนในเมืองไทย
ก็...มันอาจจะมีนะ แต่อาจยังไม่โดนสะกิดเท่าไหร่ อย่างที่บอกกว่าผมจะมาถึงจุดนี้ก็เป็นสิบปี ก่อนที่จะมาเปิดบริษัทของตัวเองก็เคยไปทำทื่อื่นก่อนและก็โดนเชิญออก(ยิ้ม) ออกเพราะฟองสบู่แตก เพราะเวลาเราเข้าไปที่ไหนเราก็จะมีวิธีของเราแล้วเขาบอกว่ามันเปลืองนะ ทำไมต้องตัดกระดาษหรือทำอะไรขนาดนี้ด้วย ไม่ต้องทดลองเลิกทำไม่ได้เหรอ ทำซักทีเถอะการทดลองน่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #11 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:12:42 » |
|
ต่อข้อซักถามที่ว่า
ตอนนี้เป็นอาจารย์ด้วย คุณสอนนักศึกษาอย่างไร ก็แค่ไปเพาะความคิดให้อยู่ในหัวสมองเขา อย่างเช่นพี่จะสอนให้เขาเป็นคนสังเกต สังเกตก็คือการต่อยอดนี่เอง พี่ประทับใจนะอย่างโน้ตที่เขามาทอล์คโชว์ คนพวกนี้เขาสังเกตนะ สังเกตธรรมชาติสิ่งต่างๆแล้วก็มารวบรวมเป็นเรื่องราว
แต่ผมชอบอาจารย์เชนตีสิบมากกว่า
เหมือนกันสถาปนิกก็ต้องสังเกตธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แล้วเอามาประยุกต์ต่อยอด เราก็สอนลูกศิษย์เสมอว่าทำยังไงก็ได้ทำให้ตัวเองรัก ฉะนั้นเบื้องหลังการสอนอาจารย์ที่เป็นอาจารย์จริงๆก็จะไม่ค่อยชอบพี่ เพราะผมมาถึงคลาสแรกบอกในห้องเลยว่า อ๊ะใครอยากเรียนวิชานี้ยกมือ ใครไม่อยากเรียนไม่ต้องเข้าเรียน อาจารย์ให้เกรด B ไปก่อนเป็นอย่างต่ำ เพราะคนที่ไม่อยากเรียนแล้วมาอยู่ในกลุ่มเขาจะดึงให้คนอื่นเสียสมาธิด้วย ตัวเขาเองก็ไม่ได้อะไรเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กลุ่มเล็กลง เราสอนง่ายขึ้น ได้คุณภาพมากขึ้น อาจารย์คนอื่นก็ไม่เข้าใจ คณบดีรู้แล้วตกใจ ซึ่งในความจริงมันต้องเป็นอย่างนั้น ผมสอนออกแบบ คนที่เรียนก็ต้องรักการออกแบบ แต่คนไหนไม่ชอบบ้านมีธุรกิจเป็นของตัวเองจบไปก็ต้องไปทำต่อ แต่มาเรียนแล้วอยากได้เกรดดีๆพอ ผมก็ให้ B ไปเลย แล้วไม่มีเช็คชื่อไม่อะไรเลย ลูกศิษย์ก็อึ้ง งง เจอกันครั้งหน้าก็จะได้รู้กันเลยว่าใครอยากเรียนบ้าง ปรากฏว่ามากันเต็มห้องเลย(หัวเราะ) HA HA HA มันส์ดี
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #12 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:17:42 » |
|
ต่อข้อซักถามที่ว่า
แล้วก็ได้สอนนักศึกษาคณะแพทย์ที่มหิดลด้วย คุณไปสอนอะไรในคณะนี้ ก็เสนอกับคณบดี ซึ่งเขาก็ใจกล้าให้สอนผมก้อหน้าด้านไปสอน เป็นวิชาเลือก งงไหม(ยิ้ม)HA HA HA อาจารย์เขาก็มานั่งฟังนะ อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ เพราะเราพูดเรื่องความงามที่เป็นระดับพื้นฐานที่เป็นสากล ใช้ได้กับทุกเรื่อง การผ่าการรักษาการแพทย์จรรยาบรรณต่างๆ ทำให้มันเกิดความงามขึ้นมา อารายยยยยยยยยยยยยเนี่ยย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #13 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:23:42 » |
|
ต่อข้อซักถามที่ว่า
ทำไมเลือกสอนคณะอื่นที่ไม่ใช่คณะสถาปัตย์ เพราะพวกนี้จบมามันเป็นนายทุนเราไง ต้องไปเปลี่ยนความคิดเขา ถึงตอนนี้ได้ไปสอนจนรู้เลยว่านายทุนจบมาจากคณะอื่นไม่ใช่สถาปัตย์ สอนไปก็ไม่มีประโยชน์ งั้นเราก็ไปสอนพวกนายทุนเลยดีกว่า เช่นพวกเด็กคณะแพทย์คณะมนุษย์ศาสตร์ เขาจบไปจะได้เข้าใจความงามที่เรามองกับเมือง
สังคมเรายึดติดค่านิยมแล้ววงการนี้มันจะโตไปได้ไหม มันคงต้องมีคนแบบผมเยอะๆไงฮู๊ยยยยช่างกล้าเน้อะ ตอนนี้ถามว่ามีเท่าไหร่ ก็ไม่รู้ อย่าให้มันมากนักเลยเพราะสถาปนิกเมืองไทยต่างคนต่างอยู่ หากินกันไป เผลอๆหมั่นไส้กันเองก็มี คือสังคมไทยเป็นสังคมที่ยึดติดค่านิยม เราดูให้ขาดจนรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน รู้ว่าอ้อ ชอบแบบนี้ใช่ไหม ฉะนั้นเราก็ไปเอารางวัลเกียรติยศจากเมืองนอกมา เรื่องเส้นสายก็อีกอย่างหนึ่งที่เราต้องไปตีด้วย เมืองไทยใครจะได้งานดีๆสังเกตเส้นสายถึงกัน ไม่ใช่ความเก่งนะ คอนเน็คชั่นซะส่วนใหญ่
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
พังแป้น
|
 |
« ตอบ #14 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:33:26 » |
|
ต่อข้อซักถามที่ว่า
พูดถึงนิทรรศการที่คุณจะจัดปลายปีนี้หน่อยสิครับ ก็แค่อยากให้เด็กๆที่เรียนสถาปัตย์รู้ว่า เออ จบมาแล้วยังทำงานตามฝันของคุณได้นะ พอเขาเห็นแบบนี้เขาก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานกับเราไปต่อสู้กับสิ่งที่บริษัทเขาเป็นอยู่ เผื่อมันจะเปลี่ยนที่อื่นให้ดีขึ้นหรือดีกว่าเราอีก เพราะข้อเสียของที่นี่คือไม่มีคอนเน็คชั่น ฉะนั้นถ้าที่อื่นมีคอนเน็คชั่นอยู่แล้วและปรับตัวเก่งขึ้นก็จะรุ่งเลยนะ จะได้ช่วยกันพัฒนาวงการออกแบบให้ไปได้ไกล เราไม่ได้มองแบบคนเห็นแก่ตัว ถ้าทั้งวงการมันดีประเทศมันก็ดี สวยหมดไม่มีงานขี้เหล่เลย ทุกวันนี้บ้านเรายังมีตึกแถวหรืออาคารที่พี่เรียกว่าบ้าอ่ะ(หัวเราะ) บางทีขับรถไปดูโครงการต่างๆแล้ว อ้าวเฮ้ย บ้านกูไปเป็นเมืองขึ้นเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะเนี่ย มันตลกอะ คือถ้าเซ้นต์ตรงนี้มีอยู่ในสถาปนิกทุกคนมันก็จะบอกนายทุนแล้วว่า เฮ้ยแบบนี้ไม่ได้นะ ภูมิใจหน่อยดิเอาความเป็นไทยมาประยุกต์มาใช้หน่อยไหม แล้วเมืองเราก็จะน่าอยู่เป็นสไตล์เราเอง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|