หน้า: [1] 2   ลงล่าง
   |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สถาปนิกเปลี่ยนสังคมได้  (อ่าน 1466 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LME
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3673


Don't think just shoot!


« เมื่อ: 07 ธันวาคม 2550, 18:41:17 »

จริงเหรอ

http://www.247freemag.com/content.php?id=74&content=7

บันทึกการเข้า
9Pom
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8393



« ตอบ #1 เมื่อ: 07 ธันวาคม 2550, 20:23:28 »

ที่อยู่อาศัยก็เป็นสิ่งกำหนดคุณภาพชีวิตได้อย่างหนึ่งนะ
บันทึกการเข้า
the horr
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 999


purify the colours, purify my mind.


« ตอบ #2 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2550, 02:45:00 »

​"มีตึกหนึ่ง​จะ​คล้ายๆ​ฟองน้ำ​ก็​เปรียบเหมือนการดูดซึม​ความ​รู้ต่างๆ" ----------------------> ย๊าดม่าง
บันทึกการเข้า

leave it there
yarum
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2918


ไม้เชอร์ร่าพ่อไม้เชอร์รี่


« ตอบ #3 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2550, 09:47:53 »

คนนั้นนะ
คนที่นั่งหัวฟูนั่นแหละ
คนที่จะเปลี่ยนโลก
บันทึกการเข้า

ถ้าเห็นกูก็แสดงว่ากูมา
ชวาลา
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4349


ผู้นำทางแห่งเหล่าลูกแกะหลงทาง


« ตอบ #4 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2550, 10:59:18 »

คนที่ตัวผอมๆหัวฟูๆนั่นโคตรเจ๋งเลยหว่ะ 
บันทึกการเข้า

" ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ
  ถึงจะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ
  ฟ้าจะมืดอย่ากลัวช่างฟ้า ขอให้มีสายตาหวานละเมอ
  ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเออ ก็จะรอพบเธอชาติอื่นเอย "
jimmee
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1682


มีอะไรเหลือ-เหลือก็บอกมาได้


« ตอบ #5 เมื่อ: 09 ธันวาคม 2550, 14:53:03 »

ไอ้คนหัวฟูนั้นที่เคยออกอาร์ตโฟร์เลวมาแล้วนี่ ดังแน่ๆ
บันทึกการเข้า
sopee
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 697



« ตอบ #6 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 09:11:33 »

ไอ้หัวฟู สู้ สู้
บันทึกการเข้า

เหอ....
LME
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3673


Don't think just shoot!


« ตอบ #7 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 13:31:35 »

งั้นมาลองดูอันนี้

http://www.jetsongreen.com/2007/12/make-it-right-p.html

สถาปนิกที่อาจจะเปลี่ยนสังคม(สถาปนิก)ได้
บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #8 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:01:20 »

มาฟังเรื่องจริง จากบทสัมภาษณ์สด จากคุณหัวฟูกันค่ะ

ต่อข้อซักถามที่ว่า
                  ใครจะเชื่อว่าจากเด็กที่เคยเรียนตกซ้ำชั้นจนต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่เด็กที่เคยมีเรื่องกะอาจารย์หนอยจะกลับมาเรียนอีกครั้ง มาถึงวันนี้เขามีผลงานการออกแบบในเมืองไทยเพียง 20 ชิ้นเท่านั้น แต่นอกจากนั้นเป็นผลงานออกแบบของเขาที่ตั้งอยู่ในอินเดีย(โดนเค้าฟ้องร้อง) สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย นอร์เวย์ มอสโคว์ อิตาลี และทั่วโลกอีก กว่า 100 ชิ้น ไม่เกิน 10 ชิ้นด้วยกัน ได้รับรางวัลระดับโลกมาแล้วก็หลายครั้ง มุมมองของเขาน่าสนใจไม่น้อย
บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #9 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:03:01 »

  - เราพยายามวางนโยบายทุกคนให้ศิลปะมาก่อนธุรกิจ ความงามต้องมาก่อนเงินทอง เป็นปรัชญาที่ผมนำมาใช้  ส่วนชื่อบริษัทมาจากภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ล้ำยุค ล้ำสมัย เป็นทัพหน้าที่ไปลุยสิ่งต่างๆ” 
             - ผมพยายามทำให้ออฟฟิศเป็นเหมือนโรงเรียนสอนศิลปะ กล้าทำงานแปลกๆ กล้าทดลองความคิดใหม่ๆ เพื่อให้ที่นี่แตกต่างจากบริษัทอื่น อย่างวิศวกรของที่นี่ก็รับในแง่การดีไซน์เป็นหลัก อะไรที่แปลกๆจะชอบมันท้าทาย คิดมาเถอะฉันจะทำให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ จนกลายเป็นวิศวดีไซน์เนอร์กันไปหมดแล้ว
             - ผมไม่อายที่จะบอกว่าเป็นคนเรียนไม่เก่ง คือมีความคิดเป็นของตัวเองสูงได้ C ได้ F เกรดดีไซน์ ก็สงสัยว่า เราเรียนไม่เก่งหรือเราไปไม่ถูกทาง แล้วตอนนั้นมีจัดประกวดแบบระดับโลก ผมก็อยากทดสอบฝีมือว่าเราอยู่ในระดับไหน ปรากฏว่างานเราได้ที่ 2 ของโลก(ยิ้ม)เชื่อไหมชีวิตเปลี่ยนเลย พอกลับมาเรียนออกแบบตัวไหนก็ตามมันได้ A หมดเลยนะ มันตลกอ่ะ
             - คนไทยเห่อฝรั่งจ้างสถาปนิกหัวทองแล้วรู้สึกว่ามันดีกว่าคนไทยกันเอง ผมเลยใช้แนวคิดแบบป่าล้อมเมือง ไปทำงานเมืองนอกไปสร้างชื่อเสียงเอารางวัลเกียรติยศมาให้ดูเลย ไม่งั้นเราก็พูดจนเหนื่อยไม่มีใครเชื่อ เพราะสังคมของเราเป็นแบบนั้นจริงๆนะ  สังคมเรามันอยู่กับค่านิยม พอผมเอางานที่ทำมาโชว์คนไทยก็ โอ้โหไม่ธรรมดา ก็ได้งาน
             - ที่นี่ผมส่งเสริมให้พนักงานทำอะไรก็ได้ตามจินตนาการแถมงบให้ใช้ด้วย หมดก็ไม่ว่ากัน  เพราะในความคิดฟุ้งๆจะมีสะเก็ดที่กระเด็นออกมา แล้วเราดึงเอาสะเก็ดเล็กๆนั้นมาใช้ เหมือนตอนเด็กที่เรามักจะคิดฟุ้งไปเรื่อยแต่มันก็จะมีบางอย่างที่เอามาใช้ได้


โอ๊ย !!!!......เลอะเทอะ...
บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #10 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:06:59 »

ตอบข้อซักถามที่ว่า....
บริษัทที่มีแนวคิดแบบที่นี่ (VANGUARD ARCHITECTS) มีอยู่มากน้อยแค่ไหนในเมืองไทย

ก็...มันอาจจะมีนะ แต่อาจยังไม่โดนสะกิดเท่าไหร่ อย่างที่บอกกว่าผมจะมาถึงจุดนี้ก็เป็นสิบปี ก่อนที่จะมาเปิดบริษัทของตัวเองก็เคยไปทำทื่อื่นก่อนและก็โดนเชิญออก(ยิ้ม) ออกเพราะฟองสบู่แตก เพราะเวลาเราเข้าไปที่ไหนเราก็จะมีวิธีของเราแล้วเขาบอกว่ามันเปลืองนะ ทำไมต้องตัดกระดาษหรือทำอะไรขนาดนี้ด้วย ไม่ต้องทดลองเลิกทำไม่ได้เหรอ   ทำซักทีเถอะการทดลองน่ะ


บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #11 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:12:42 »

ต่อข้อซักถามที่ว่า

ตอนนี้เป็นอาจารย์ด้วย คุณสอนนักศึกษาอย่างไร
             ก็แค่ไปเพาะความคิดให้อยู่ในหัวสมองเขา อย่างเช่นพี่จะสอนให้เขาเป็นคนสังเกต สังเกตก็คือการต่อยอดนี่เอง พี่ประทับใจนะอย่างโน้ตที่เขามาทอล์คโชว์ คนพวกนี้เขาสังเกตนะ สังเกตธรรมชาติสิ่งต่างๆแล้วก็มารวบรวมเป็นเรื่องราว

แต่ผมชอบอาจารย์เชนตีสิบมากกว่า

เหมือนกันสถาปนิกก็ต้องสังเกตธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แล้วเอามาประยุกต์ต่อยอด เราก็สอนลูกศิษย์เสมอว่าทำยังไงก็ได้ทำให้ตัวเองรัก ฉะนั้นเบื้องหลังการสอนอาจารย์ที่เป็นอาจารย์จริงๆก็จะไม่ค่อยชอบพี่ เพราะผมมาถึงคลาสแรกบอกในห้องเลยว่า อ๊ะใครอยากเรียนวิชานี้ยกมือ ใครไม่อยากเรียนไม่ต้องเข้าเรียน อาจารย์ให้เกรด B ไปก่อนเป็นอย่างต่ำ เพราะคนที่ไม่อยากเรียนแล้วมาอยู่ในกลุ่มเขาจะดึงให้คนอื่นเสียสมาธิด้วย ตัวเขาเองก็ไม่ได้อะไรเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
             สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กลุ่มเล็กลง เราสอนง่ายขึ้น ได้คุณภาพมากขึ้น อาจารย์คนอื่นก็ไม่เข้าใจ คณบดีรู้แล้วตกใจ ซึ่งในความจริงมันต้องเป็นอย่างนั้น
             ผมสอนออกแบบ คนที่เรียนก็ต้องรักการออกแบบ แต่คนไหนไม่ชอบบ้านมีธุรกิจเป็นของตัวเองจบไปก็ต้องไปทำต่อ แต่มาเรียนแล้วอยากได้เกรดดีๆพอ ผมก็ให้ B ไปเลย แล้วไม่มีเช็คชื่อไม่อะไรเลย ลูกศิษย์ก็อึ้ง งง เจอกันครั้งหน้าก็จะได้รู้กันเลยว่าใครอยากเรียนบ้าง ปรากฏว่ามากันเต็มห้องเลย(หัวเราะ) HA HA HA มันส์ดี
 
บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #12 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:17:42 »

ต่อข้อซักถามที่ว่า

แล้วก็ได้สอนนักศึกษาคณะแพทย์ที่มหิดลด้วย คุณไปสอนอะไรในคณะนี้
             ก็เสนอกับคณบดี ซึ่งเขาก็ใจกล้าให้สอนผมก้อหน้าด้านไปสอน เป็นวิชาเลือก งงไหม(ยิ้ม)HA HA HA อาจารย์เขาก็มานั่งฟังนะ อาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ เพราะเราพูดเรื่องความงามที่เป็นระดับพื้นฐานที่เป็นสากล ใช้ได้กับทุกเรื่อง การผ่าการรักษาการแพทย์จรรยาบรรณต่างๆ ทำให้มันเกิดความงามขึ้นมา
อารายยยยยยยยยยยยยเนี่ยย
บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #13 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:23:42 »

ต่อข้อซักถามที่ว่า

ทำไมเลือกสอนคณะอื่นที่ไม่ใช่คณะสถาปัตย์
             เพราะพวกนี้จบมามันเป็นนายทุนเราไง ต้องไปเปลี่ยนความคิดเขา ถึงตอนนี้ได้ไปสอนจนรู้เลยว่านายทุนจบมาจากคณะอื่นไม่ใช่สถาปัตย์ สอนไปก็ไม่มีประโยชน์ งั้นเราก็ไปสอนพวกนายทุนเลยดีกว่า เช่นพวกเด็กคณะแพทย์คณะมนุษย์ศาสตร์ เขาจบไปจะได้เข้าใจความงามที่เรามองกับเมือง
 

สังคมเรายึดติดค่านิยมแล้ววงการนี้มันจะโตไปได้ไหม
             มันคงต้องมีคนแบบผมเยอะๆไงฮู๊ยยยยช่างกล้าเน้อะ ตอนนี้ถามว่ามีเท่าไหร่ ก็ไม่รู้ อย่าให้มันมากนักเลยเพราะสถาปนิกเมืองไทยต่างคนต่างอยู่ หากินกันไป เผลอๆหมั่นไส้กันเองก็มี
 คือสังคมไทยเป็นสังคมที่ยึดติดค่านิยม เราดูให้ขาดจนรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน รู้ว่าอ้อ ชอบแบบนี้ใช่ไหม ฉะนั้นเราก็ไปเอารางวัลเกียรติยศจากเมืองนอกมา
 เรื่องเส้นสายก็อีกอย่างหนึ่งที่เราต้องไปตีด้วย เมืองไทยใครจะได้งานดีๆสังเกตเส้นสายถึงกัน ไม่ใช่ความเก่งนะ คอนเน็คชั่นซะส่วนใหญ่
บันทึกการเข้า
พังแป้น
สมาชิก
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 429



« ตอบ #14 เมื่อ: 11 ธันวาคม 2550, 15:33:26 »

ต่อข้อซักถามที่ว่า

พูดถึงนิทรรศการที่คุณจะจัดปลายปีนี้หน่อยสิครับ
             ก็แค่อยากให้เด็กๆที่เรียนสถาปัตย์รู้ว่า เออ จบมาแล้วยังทำงานตามฝันของคุณได้นะ พอเขาเห็นแบบนี้เขาก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานกับเราไปต่อสู้กับสิ่งที่บริษัทเขาเป็นอยู่ เผื่อมันจะเปลี่ยนที่อื่นให้ดีขึ้นหรือดีกว่าเราอีก เพราะข้อเสียของที่นี่คือไม่มีคอนเน็คชั่น ฉะนั้นถ้าที่อื่นมีคอนเน็คชั่นอยู่แล้วและปรับตัวเก่งขึ้นก็จะรุ่งเลยนะ
             จะได้ช่วยกันพัฒนาวงการออกแบบให้ไปได้ไกล เราไม่ได้มองแบบคนเห็นแก่ตัว ถ้าทั้งวงการมันดีประเทศมันก็ดี สวยหมดไม่มีงานขี้เหล่เลย ทุกวันนี้บ้านเรายังมีตึกแถวหรืออาคารที่พี่เรียกว่าบ้าอ่ะ(หัวเราะ)
บางทีขับรถไปดูโครงการต่างๆแล้ว อ้าวเฮ้ย บ้านกูไปเป็นเมืองขึ้นเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะเนี่ย มันตลกอะ
 คือถ้าเซ้นต์ตรงนี้มีอยู่ในสถาปนิกทุกคนมันก็จะบอกนายทุนแล้วว่า เฮ้ยแบบนี้ไม่ได้นะ ภูมิใจหน่อยดิเอาความเป็นไทยมาประยุกต์มาใช้หน่อยไหม แล้วเมืองเราก็จะน่าอยู่เป็นสไตล์เราเอง
 
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
   |  พิมพ์  
 
กระโดดไป: