หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
   |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: Human proportion as the generator of space  (อ่าน 3456 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
LME
เจ้าของห้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3673


Don't think just shoot!


« เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 17:07:48 »

คนยิ่งเข้ามาน้อยๆ แล้วยังมาเจอเรื่องวิชาก๊าร วิชาการอีก

แต่เราไม่สนใจหรอก

วันนี้มาตั้งคำถามเล่นๆ
 
เคยสงสัยกันมั๊ยว่า ทำไมเก้าอี้ที่เรานั่งที่บ้าน

มันเหมือนหรือต่างจากที่ออฟฟิสมั๊ย

แล้วเหตุผลของความเหมือนหรือต่าง มันคืออะไร



[ไฟล์แนบหายไปแล้ว]
บันทึกการเข้า
LME
เจ้าของห้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3673


Don't think just shoot!


« ตอบ #1 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 17:15:52 »

ลองคิดดูดีๆ  ง่ายกว่าอัจฉริยะข้ามคืนอีก

เรื่องขนาด รึเปล่า



[ไฟล์แนบหายไปแล้ว]
บันทึกการเข้า
LME
เจ้าของห้อง
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3673


Don't think just shoot!


« ตอบ #2 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 17:17:16 »

หรือเรื่อง วิธีการนั่ง

อะไรที่มันต่างกัน

เอ้าช่วยกันคิดเร๊ว

[ไฟล์แนบหายไปแล้ว]
บันทึกการเข้า
BEEBMAN444
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 619



« ตอบ #3 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 18:58:58 »

ยากมาก  จนไม่อยากตอบ  แต่จะเดาสัก 1 ข้อละกันนิ
1.  ลักษณะการใช้งานที่คล่องตัว คนอาจสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเก้าอี้ทำงานกว่า 80% ถึงมีขาขาเดียว (แกนหมุน)  ก็เพราะว่าถ่าเป็น 4 ขาจะแพงกว่า 1 ขานะสิ อ๊ะ อ๊ะ ไม่ใช่น๊ะจ๊ะ เหตุผลก็คือ
     -  ความคล่องตัวในการเคลื่อนย้าย  หลายขาอัตราความเสียหายจากการเคลื่อนย้ายมากกว่า  ลองหมุนเก้าอี้ 4 ขาดิยากชิบ  แถมขามันกระแทกขาเราอีกตะหาก  เพราะฉะนั้นเก้าอี้ทำงานส่วนใหญ่ถ้าไม่มีแกนหมุน  มันก็จะกลายเป็นเนื้อเดียวไปเลยนิแล้วลดน้ำหนักแทนทำให้ง่ายต่อการเคลื่นย้าย  แถมลดพลังงานการเคลื่อนย้ายหรือยกเก้าอี้เข้าออกอีก  ทำให้ไม่ล้าเวลาทำงาน แค่เอาตีนดันก็ลุกได้แล้วนี่อาจเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย  แต่สำคัญพอ ๆ กับ Human proportion เลยน่ะ เพราะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานโดยไม่รู้ตัว
 
ปล.  ทั้งหมดนี้กูเดาแต่ถ้ามึงจะชมกูบ้างก็ดี กูจะได้ตอบอีก
บันทึกการเข้า
พี่เอ็มสุรศักดิ์มนตรี
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1813


Can I take you pic ?


« ตอบ #4 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 19:59:11 »

ตอบบ้าง
1. ผมเดาว่าเกี่ยวกับเรื่อง propotion นั่นแหละ 
    เก้าอี้ที่ทำงานไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เข้ากับสรีรระของคนนัก
    เพราะฉะนั้นจึงนั่งไม่ค่อยสบายมาก (สบายมากไปจะขี้เกียจทำงาน)
    ต่างจากเก้าอี้ที่บ้านที่พยายามออกแบบตามสรีระเพื่อการพักผ่อนที่สบายที่สุดนั่นเอง
2. เรื่องรูปทรงภายนอก เก้าออฟฟิตเริ่มมีมาหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม
    เริ่มต้นจากโรงเรียนสอนออกแบบ Staatliches Bauhaus ในประเทศเยอรมัน
    ก็พวก Mies van der Rohe  หรือ Frank Lloyd Wright ที่พยายามลดทอนรูปทรง
    และค้นหาความงามจากรูปทรงบริสุทธิ์ (pure form) และตอบสนองการใช้งานเป็นหลัก
    ทำให้มี ล้อเลื่อน เท้าแขน พนักเอนที่เอนไม่ค่อยได้ หรือการปรับระดับสูงต่ำ
    ยุคต่อมาจึงพยายามพัฒนารูปแบบต่อเนื่องมา หน้าตาจึงคล้ายๆกันเรื่อยมา

ป.ล.ถ้าสนใจเรื่องเก้าอี้ติดตามต่อได้ใน"ย้อนรอยเก้าอี้" บ้านและสวน ฉบับเดือน พ.ย. จ้า.....
บันทึกการเข้า

กับคนอื่นล่ะเต็มที่  ทีกับพี่ล่ะที่เต็ม!!!
prahSmulP
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1594


สิ่งใดเปลี่ยนแปลง สิ่งนั้นย่อมเรียกว่า "โลก"


« ตอบ #5 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 20:40:57 »

อย่างที่บี๊บบอกอ่ะแหละเป็นเรื่องของฟังชั่นของการใช้งานที่เก้าอี้ออฟฟิสมักจะมี
ล้อเลื่อนก็เพื่อความคล่องอย่างเวลาเรานั่งดร้าฟคอมแล้วบางทีต้องเอื้อมไปหยิบแบบก็
ดันเก้าอี้ไปได้เลยที่ส่วนใหญ่เก้าอี้ล้อเลื่อนมีขาเดียวก็อย่างที่บี๊บบอกอ่ะคือความคล่องตัว
และสะดวก ส่วนเรื่องพรอบพอชั่นก็อย่างที่เต้บอกอ่ะคือทำงานก็เน้นคล่องตัวและไม่
สบายจนเกินไป แต่มันก็แบ่งเป็นหลายระดับอีกน่ออย่างของผู้บริหารแม่งก็คล่งตัวแต่ก็
็สบายกว่าถ้าเทียบกับลูกจ๊อก เหมือนที่เคยเรียนว่าเก้าอี้ในฟาสฟู้ดก็จะนั่งไม่ค่อยสบาย
เน้นให้คนรีบๆลุกออกไป แต่ถ้าเป็นร้านอย่างสตาร์บั๊กค์นี่แม่งก็เป็นโซฟาเลยคือในฟั่งชั่น
การใช้งานเดียวกันแม่งก็ปัจจัยอื่นที่ทำให้รูปแบบแตกต่างกันอีก ส่วนอย่างบ้านนี่มันต้อง
สบายอยู่แล้วนั่งแช่ก็คงไม่มีใครมาบ่น ของที่ฟังชั่นเดียวกันก็เลยต่างกันออกไปอีก
รวมไปถึงเรื่องสเปซอีก อย่างออฟฟิสที่พื้นที่จำกัดทุกอย่างต้องคอมแพ็คหมดรูปแบบมัน
ก็ต้องออกมาเรียบง่ายและไม่สิ้นเปลือง รวมไปถึงจำนวนของการผลิตที่ของใช้ในสำนักงาน
ย่อมต้องผลิตแบบอุตสาหกรรมอยู่แล้วด้วยวัสดุและกระบวนการก็เลยทำให้มันแตกต่างกัน
เพราะของใช้ในบ้านอาจจะเป็นของแฮนด์เม้ด และยังมีส่วนที่ดีไซน์เกินฟังชั่นเพราะไม่มีปัจจัย
ในหลายๆด้านอย่างออฟฟิสมาเป็นตัวกำหนด

โอ๊ยยยยย งงและพอดีฝ่าาาาาา 
บันทึกการเข้า

" กาเม มรณํ ทุกขํ โลเก "      " กามตายด้าน เป็นทุกข์ที่สุด (ในโลก) "
KID A
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1599



« ตอบ #6 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 20:45:34 »

ไม่ได้ตอบแต่จะถาม
กูสงสัยมานานแล้ว ว่าทำไมเรียกมันว่า เก้าอี้ กันว้า

เจ็ดอี้ แปดอี้ ไม่ได้เรอะ หรือว่ามาจากภาษาจีนวะ


ปล.ไม่ได้เล่นมุขจริงจริ๊ง อยากรู้
บันทึกการเข้า

:)
พลทหาร
แอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4923



เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 22:34:43 »

เมื่อก่อนมันมีเก้าขาไง
เดี๋ยวนี้เหลือ 4 ขาเขาก็ยังเรียกอยู่เพื่อเป็นเกียรติกับคนก่อตั้ง


อ้าว ทำหน้าไม่เชื่ออีก




ดูอย่างจิ้งจอกเก้าหางสิ ตำนานโบราณของญี่ปุ่นไง
เดี๋ยวนี้เหลือหางเดียวแต่ชาวบ้านก็ยังเอามาเขียนเป็นวรรณกรรม (เรื่อง นินจาคาถา) อีก




ของไทยก็มีนะ เรื่องแมวเก้าชีวิตไง
เดี๋ยวนี้มีเหลือหางเดียวก็ยังคงความขลังของความเชื่อนี้อยู่


อ้อ มีภาพประกอบด้วย

บันทึกการเข้า
9Pom
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8393



« ตอบ #8 เมื่อ: 20 ตุลาคม 2549, 23:24:46 »

ภาษาจีน(แต้จิ๋ว) เรียกเก้าอี้ ว่า อี้ ครับ

ตอบได้แค่นี้เพราะโดนข้างบนแย่งตอบไปหมดแล้ว..... ใช่ซี้...คนมันความรู้น้อยนี้.....
บันทึกการเข้า
ชวาลา
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4349


ผู้นำทางแห่งเหล่าลูกแกะหลงทาง


« ตอบ #9 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2549, 07:59:06 »

แล้วแคร่หล่ะครับ ทำไมถึงเรียกว่าแคร่
บันทึกการเข้า

" ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ
  ถึงจะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ
  ฟ้าจะมืดอย่ากลัวช่างฟ้า ขอให้มีสายตาหวานละเมอ
  ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเออ ก็จะรอพบเธอชาติอื่นเอย "
พลทหาร
แอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4923



เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2549, 11:29:19 »




เรื่องนี้ก็เกิดขึ้นที่ประเทศจีนเหมือนกัน ในสมัยราชวงศ์ชิง
มีช่างไม้คนนึง ฝีมือดีมาก เป็นคนแซ่ลี้ (ขณะนั้นนามของเขาถูกกาลเวลาลบเลือนไปแล้ว)
เป็นช่างที่มีฝีมือดีมาก โดยเฉพาะด้านการใช้มีดไม่เป็นสองรองใคร
ทำงานรับใช้ราชสำนักมายาวนานแต่ก็โดนพวกขุนนางกังฉินใส่ไฟจนต้องหนีตายออกมาอยู่ในป่าลึก

วันนึงมีชายพเนจรร่อนเร่รอนแรมออกไปทางชายเขาในทิศใต้ นามว่า อิ้นเจิน
ก็ไปเจอเข้ากับบ้านของช่างลี้โดยบังเอิญ แต่ในขณะนั้นช่างลิ้มไม่อยู่บ้าน แบบว่าออกไปตัดฟืนน่ะ
ชายพเนจรจึงนั่งพักบนอี้ไม้ไปพลางๆ และเผลอหลับไปจนย่ำเย็นจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะมีน้ำมาราดบนตัว

"เจ้าคนพเนจร เจ้าเป็นใคร จึงบังอาจมานอนหน้าบ้านข้าโดยไม่บอกกล่าว
"ข้า .. เอ้อ ขาขอโทษด้วย แต่อี้ของท่านมันสุดจ้อดจริงๆ ..
"ก็แค่.. อี้ธรรมดาน่ะ"
"อะไรนะ .. แค่"
"งึมๆ"
"ดูท่าทางท่านจะเป็นช่างไม้ผู้มีฝีมือ"
".... นั่นสินะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว จนข้าลืมมันไปแล้วล่ะ"

ยังไม่ทันจะพูดอะไร ชายพเนจรก็หยิบหม่าไผขึ้นมา
"จริง ๆแล้วข้าคืออิ้นเจิน ภาษาแมนจูเรียกเซี่ยนตี้ หรือหย่งเจิ้ง นี่แหละ ฮ่าๆๆ กร๊ากกกกก ยาวไป ยาวไป"

และถ้าใครศึกษาประวัติศาสตร์จีนช่วงต้น ค.ศ.1700 จะพบว่าจักรพรรดิราชวงศ์ชิงองค์ที่ 4 มีนามว่า จักรพรรดิหย่งเจิ้ง (雍正)
ดังนั้นตามสูตร ช่างลี้ก็เลยได้เข้าไปอยู่ในราชสำนักและเป็นช่างไม้หลวงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา




ป.ล. อาลี้เป็นคนแต้จิ๋ว เลยเรียกเก้าอี้ว่าอี้
ป.อ. เพิ่งมีการค้นพบภายหลังว่าอาลี้ ชื่อเต็มๆ คือ ลี้คิมฮวง
บันทึกการเข้า
prahSmulP
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1594


สิ่งใดเปลี่ยนแปลง สิ่งนั้นย่อมเรียกว่า "โลก"


« ตอบ #11 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2549, 11:32:52 »

อาเมนโอซ่า
 
บันทึกการเข้า

" กาเม มรณํ ทุกขํ โลเก "      " กามตายด้าน เป็นทุกข์ที่สุด (ในโลก) "
ชวาลา
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4349


ผู้นำทางแห่งเหล่าลูกแกะหลงทาง


« ตอบ #12 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2549, 11:36:48 »

แล้ว วอ อ่ะคับ ทำไมถึงเรียกว่า วอ 
บันทึกการเข้า

" ถึงจะสิ้นวิญญาณกี่ครั้ง ฉันก็ยังรักเธอฝังใจ
  ถึงจะสิ้นดวงจันทร์ไฉไล ไม่เป็นไรเพราะยังมีเธอ
  ฟ้าจะมืดอย่ากลัวช่างฟ้า ขอให้มีสายตาหวานละเมอ
  ถึงจะสิ้นแผ่นดินนะเออ ก็จะรอพบเธอชาติอื่นเอย "
พลทหาร
แอดมิน
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4923



เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 21 ตุลาคม 2549, 23:37:38 »

มึงอย่าถามมากได้ไหม กูขี้เกียจมั่ว
บันทึกการเข้า
9Pom
สมาชิก.
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8393



« ตอบ #14 เมื่อ: 22 ตุลาคม 2549, 19:39:49 »

อ่าวเลิกเขียนแล้วเหรอกำลังมันเลย
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
   |  พิมพ์  
 
กระโดดไป: